Website Banner
        ห้างหุ้นส่วนจำกัด เปี่ยมชัยนันท์ เทรดดิ้ง กรุ๊ป จัดจำหน่าย ไฟฉุกเฉินLEDราคาถูก  เครื่องสำรองไฟ เครื่องไฟ
ฉุกเฉินEMERGENCY LIGHT ป้ายบอกทาง ป้าย ป้ายหนีไฟ กล่องหนีไฟ EXITLIGHTแบตเตอรี่BATTERIES หลอดไฟLEDโคมไฟLED  โคมไฟฉุกเฉิน 
ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่ออาคาร สำนักงาน บริษัท หรือตามบ้านเรือนที่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องสำรองไฟ เครื่องไฟฉุกเฉินEMERGENCY LIGHT ป้ายบอกทาง ป้าย ป้ายหนีไฟ กล่องหนีไฟ EXITLIGHT
        เพราะสามารถใช้งานได้ทั้ง เวลาไฟฟ้าขัดข้องไฟดับ ไฟไหม้ เป็นเครื่องสำรองไฟ หรือในยามปกติ  เครื่องไฟฉุกเฉินEMERGENCY LIGHT ป้ายบอกทาง ป้าย ป้ายหนีไฟ กล่องหนีไฟ EXITLIGHT ก็ส่องสว่างหรือทำงานทุกเมื่อ 

วิธีการติดตั้งโคมไฟฉุกเฉิน

1. โคมไฟฉุกเฉินติดตั้งแบบตั้งบนพื้นรับหรือแขวนติดกับผนัง

2. หลังจากติดตั้งแล้ว
         -ให้เปิดสวิทซ์ ON แล้วหลอดจะติดสว่าง 
          
3. เสียบปลั๊กโคมไฟฉุกเฉิน เข้ากับปลั๊กไฟบ้านหลอดไฟจะดับ ข้อสังเกต
          - LED  “AC” สีเหลืองจะติดสว่างแสดงว่าไฟเข้าเครื่องแล้ว
          - LED  “CHARGE” สีแดงจะติดสว่างเมื่อโคมไฟกำลังชาร์จแบตเตอรี่
          - LED  “FULL CHARGE” สีเขียวติดสว่างแสดงว่าแบตเตอรี่เต็ม
          - LED สีเขียวอยู่เหนือสวิทซ์สว่าง (รุ่น SN) แสดงการตรวจเช็คหลอดไฟ
          - LED  “OVER CHARGE” สีแดงจะต้องไม่ติดถ้าติดแสดงว่า FUSE ชาร์จขาด
4. ทดสอบวงจรและแบตเตอรี่โดยการกดสวิทซ์ TEST แล้วปล่อย หลอดไฟจะติดชั่วขณะหนึ่ง 
     แล้วก็จะดับไป
5. จำลองเวลาไฟดับ โดยการดึงปลั๊กไฟของตัวโคมไฟฉุกเฉินออก หลอดไฟจะติดสว่าง
6. เสียบปลั๊กกลับเพื่อให้โคมไฟพร้อมใช้งานเวลาไฟดับ


ข้อควรระวังการติดตั้งโคมไฟฉุกเฉิน

       -ไม่ควรติดตั้งโคมไฟฟ้าฉุกเฉินติดกับผนังที่ รับความร้อนสูง เพราะจะทำให้อายุของแบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติและในห้องที่มีความชื้นสูง เช่นห้องเย็น เพราะจะทำให้ตัวสินค้าเกิดสนิม และลัดวงจรเนื่องจากความชื้นได้


การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น


1.  เสียบปลั๊กแล้วไม่มีไฟเข้าเครื่อง LED  AC POWER ไม่ติด
     -  ตรวจสอบว่าปลั๊กมีไฟหรือไม่ หรือปลั๊กหลวม และตรวจสอบ AC.FUSE ว่าขาดหรือไม่


2.  ไฟดับหรือดึงปลั๊กออกหลอดไม่ติด
      -  ตรวจสอบว่าสวิทซ์อยู่ตำแหน่ง ONหรือไม่ วงจรมีปัญหา หรือแบตเตอรี่เสื่อมเรียกฝ่ายบริการ


3.  ระยะเวลาการใช้งานน้อยกว่าสเปคที่ระบุไว้
     -  ให้เสียบชาร์จไว้ 1 วัน แล้วดึงปลั๊กใหม่ , วงจรเสีย หรือแบตเตอรี่เสื่อมเรียกฝ่ายบริการ




การดูแลรักษาเครื่องหลังการติดตั้งเครื่องไฟฉุกเฉิน ทางฝ่ายช่างปะจำอาคารที่ทำการติดตั้งเครื่องไฟฉุกเฉิน ควรปฏิบัติดังนี้

ควรมีการตรวจสอบระบบการทำงานของเครื่องไฟฉุกเฉินทุกๆเดือน ต้องทดสอบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยมีวิธีทดสอบ ดังนี้


1.กดสวิทซ์ “TEST” ว่าเครื่องทำงานเป็นปกติหรือไม่

2.ถอดปลั๊กไฟของเครื่องไฟฉุกเฉินออก หลอดไฟฉุกเฉินที่ต่ออยู่กับเครื่องติดสว่าง โดยให้ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที  หรือปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งวงจรรักษาแบตเตอรี่ (Automatic Low Voltage Cut-Off  System) ของเครื่องไฟฉุกเฉินตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ หลังจากทดสอบเสร็จ ให้เสียบปลั๊กไฟของเครื่องไฟฉุกเฉินเข้ากับเต้าเสียบเหมือนเดิมตามปกติ เพื่อเป็นการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ถ้าทำได้ทุกเดือนแบตเตอรี่จะใช้งานได้นาน  3 – 5   ปี 
3.กรณีที่ซื้อเครื่องไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการติดตั้งระยะเวลา 1 เดือน ให้นำเครื่องมาชาร์จเป็นเวลา 10-15 ชม. เพื่อให้แบตเตอรี่พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา

หมายเหตุ 

สาเหตุที่ต้องมีการทดสอบระบบเครื่องไฟฉุกเฉิน ทุกๆเดือน มีดังนี้

1.แบตเตอรี่จะต้องได้รับการคายและชาร์จประจุเพราะถ้าแบตเตอรี่ไม่มีการคายและชาร์จประจุแบตเตอรี่อาจจะเกิดการเสื่อมสภาพของสารเคมีที่มีภายในแบตเตอรี่ ทำให้เกิดการลัดวงจรของเซลล์แบตเตอรี่    มีผลทำให้ตัวแบตเตอรี่เสีย หรือเสื่อมสภาพการทำงานและหมดอายุการใช้งานเร็วขึ้น

2.ทดสอบการทำงานของอุปกรณ์เครื่องไฟฉุกเฉินว่าทำงานเป็นปกติหรือไม่ถ้าการทำงานไม่เป็นปกติ ให้ทำการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตามที่ได้กล่าวไว้ แต่ถ้ายังไม่ได้ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

                           
  ความรู้พื้นฐานด้านแสงสว่าง.jpg


โคมไฟฉุกเฉิน,ป้ายทางออก,ไฟฉุกเฉิน,เครื่องสำรองไฟ,เครื่องไฟฉุกเฉิน,EMERGENCY LIGHT,ป้ายบอกทาง,UPS,ป้ายหนีไฟ,กล่องหนีไฟ, EXITLIGHT,แบตเตอรี่,BATTERIES,หลอดไฟLED,โคมไฟLED,โคมไฟฉุกเฉิน,ไฟสำรอง,ไฟฉุกเฉิน,ถังดับเพลิง,ดับไฟ,เครื่องดับเพลิง,แบตเตอรี่แห้ง,แบตเตอรี่สำรองไฟ,แบตเตอรี่ไฟฉุกเฉิน

 

Current Pageid = 37